วันอังคาร, มีนาคม 5, 2024

อาหารเลี้ยงพระ – แต่เดิมการจัดงานทำบุญเลี้ยงพระ อุปกรณ์ส่วนใหญ่มักจะยืมจากที่วัด ซึ่งก็จะเป็นวัดที่เรานิมนต์พระที่มาทำพิธีให้นั้นเอง ส่วนของอาหารก็จะเป็นการช่วยกันทำ ทั้งอาหารถวายพระและอาหารรับรองแขกที่มาในงาน แต่ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกคนจึงหันมาใช้บริการแบบเดอริเวอรี่เพื่อความรวดเร็วในการเตรียมของ อาหารเลี้ยงพระ

กำหนดวันที่จะทำบุญ

อันดับแรกก็ต้องกำหนดวันที่จะทำบุญไว้ให้ชัดเจนก่อน เพื่อจะได้นิมนต์พระได้ถูก และบอกกล่าวกับญาติพี่น้อง รวมถึงแขกเหรื่อได้อย่างแน่นอน ว่าจะให้มาร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระในวันไหน โดยจะต้องเลือกวันทำบุญที่เป็นฤกษ์ดีและมีความเป็นมงคลด้วย ทั้งนี้อาจสอบถามจากผู้รู้หรือให้พระท่านกำหนดวันทำบุญเลี้ยงพระให้ก็ได้

รับอุปกรณ์การทำพิธีจากวัด

สำหรับใครที่มีอุปกรณ์ในการทำพิธีแล้ว ก็ไม่ต้องทำตามขั้นตอนนี้ แต่หากใครที่ยังไม่มีและต้องการยืมจากวัด ก็ให้ไปรับอุปกรณ์ โต๊ะหมู่บูชาล่วงหน้าอย่างน้อยเป็นเวลา 1 วัน เพื่อนำมาจัดสถานที่และจัดเตรียมให้เรียบร้อยแล้ว ในวันงานจะได้ไม่ต้องยุ่งยากวุ่นวายกับการเตรียมอุปกรณ์นั่นเอง

 

เตรียมสถานที่และอุปกรณ์

เนื่องจากพิธีทำบุญเลี้ยงพระเป็นพิธีมงคล จึงควรเตรียมสถานที่ให้สะอาด เรียบร้อย กำหนดมุมที่วางโต๊ะหมู่บูชา โดยต้องเป็นมุมที่ไม่มีอะไรแขวนอยู่เหนือศีรษะของพระสงฆ์ และต้องหันหน้าโต๊ะออกทางเดียวกับพระสงฆ์ ยกเว้นถ้าพระสงฆ์นั่งต้องให้มีพระพุทธรูปอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ และหันหน้าไปทางทิศเหนือ

อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์

ปกติแล้วการนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญเลี้ยงพระ จะนิยมนิมนต์พระสงฆ์เป็นจำนวนคี่ เช่น 5, 7 หรือ 9 โดยกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ว่าไม่ต่ำกว่า 5 รูป แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนข้างมาก ยกเว้นในงานแต่งที่นิยมนิมนต์พระสงฆ์เป็นจำนวนคู่ เนื่องจากแบ่งให้ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวนิมนต์พระมาในจำนวนที่เท่ากันนั่นเอง และในการนิมนต์พระต้องแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจนว่าเป็นพิธีอะไร แจ้งสถานที่จัดงาน จำนวนพระสงฆ์ที่ต้องการนิมนต์ และวิธีการเดินทางว่าจะให้พระสงฆ์เดินทางมาเองหรือมีรถรับ-ส่ง

เตรียมเครื่องรองรับพระสงฆ์

ตามประเพณีที่ทำสืบต่อกันมา เครื่องรองรับพระสงฆ์ส่วนใหญ่จะเป็นหมากพลู บุหรี่ น้ำร้อน น้ำเย็น และกระโถน และหากเจ้าภาพต้องการให้พระสงฆ์ทำน้ำมนต์ก็ต้องเตรียมภาชนะสำหรับทำน้ำมนต์ไว้ด้วย โดยจะต้องวางไว้ทางขวามือของพระรูปนั้น ๆ และประเคนตั้งแต่ข้างในออกมาข้างออก

ถวายสังฆทาน

การถวายสังฆทาน หรือเครื่องไทยธรรมจะทำหลังพระฉันเสร็จ ซึ่งของที่ถวายส่วนใหญ่มักจะเป็นของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

 

กรวดน้ำ

ขั้นตอนสุดท้ายก่อนนิมนต์พระกลับวัดคือการกรวดน้ำ โดยจะทำหลังการถวายสังฆทานเสร็จ โดยเริ่มกรวดน้ำหลังจากที่พระสงฆ์อนุโมทนา ก่อนจบบทยถา… เมื่อพระบท สพฺพีติโย… ให้พนมมือรับพรเป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นจึงนิมนต์พระกลับ เป็นอันเสร็จพิธีการทำบุญเลี้ยงพระทั้งหมด

5 อาหารมงคลที่ใช้ในการทำทำบุญเลี้ยงพระ

1.ต้มจืด

คนโบราณเชื่อกันว่าการนำต้มจืดมาเลี้ยงพระในงานทำบุญไม่ว่าจะทำอะไรก็ราบรื่นไปหมด ดั่งคำโบราณที่ว่าน้ำแกงร้อนๆ จะทำให้ราบรื่นเหมือนกับการซดลงคอ ต้มจืดที่ควรนำมาเลี้ยงพระในงานทำบุญ ได้แก่ ต้มจืดฟัก ต้มจืดมะระ ต้มจืดวุ้นเส้น ต้มจืดกระดูกหมู เป็นต้น

2.ขนม 3 ทอง

ขนม 3 ทองถือเป็นอาหารมงคลที่สำคัญสำหรับการเลี้ยงพระในงานทำบุญบ้าน ต้องเรียกว่าเป็นพระเอกของงานเลยก็ว่าได้ ซึ่งขนม 3 ทอง ได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง คนโบราณเชื่อกันว่าเมื่อถวายขนม 3 ทอง เงินทองจะไหลมาเทมาไม่ขาดสายตามที่ได้นำฝอยทองมาเลี้ยงพระ และเวลาที่หยิบจับอะไรก็จะเป็นเงินทองไปหมดตามที่ได้นำทองหยิบมาเลี้ยงพระ แล้วไม่ว่าจะพูดอะไร หรือคุยงานคนก็จะเชื่อและสำเร็จไปได้ด้วยดีตามที่ได้นำทองหยอดมาเลี้ยงพระ

3.ขนมจีน

ขนมจีนเป็นอาหารคาวที่ทำมาจากข้าว ซึ่งหาซื้อได้ทุกภาคแค่ใช้ชื่อเรียกที่ต่างกัน ภาษาอีสาน เรียก ขนมเส้น ภาษาเหนือ เรียก ข้าวปุ้น ภาษาใต้ เรียก หนมจีน คนโบราณเชื่อว่าถ้านำขนมจีนมาถวายพระในงานทำบุญบ้าน ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะไม่สดุด เงินทองก็จะไหลมาเทมาไม่ขาดสาย อายุก็จะยืนยาวเหมือนเส้นขนมจีน

4.ขนมกล้วย

ขนมกล้วยถือเป็นอาหารมงคลอีกอย่างที่เหมาะกับงานเลี้ยงมงคลอย่างการทำบุญบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขนมกล้วย กล้วยแขก กล้วยทอด กล้วยบวชชี หรือแม้แต่กล้วยเชื่อมเองก็เถอะ ซึ่งถือได้ว่าจะทำอะไรก็จะง่ายไปหมด เหมือนดั่งปอกกล้วยเข้าปาก

5.ถ้วยฟู

แค่ดูจากชื่อก็น่าจะบอกอยู่แล้วว่าจะต้องทำอะไรเฟื่องฟู ทำอะไรก็ดีไปหมด สำเร็จทุกอย่าง ซึ่งขนมถ้วยฟู หรือในชื่อภาษาจีนจะเรียกว่าขนมฮวดโก้ย โดยฮวดจะหมายถึงการเจริญงอกงาม ส่วนคำว่า “โก้ย” หมายถึง ขนมหรือฟู ดังนั้น ขนมฮวดโก้ย จึงมีความหมายในภาษาไทยว่าขนมแห่งความเจริญเฟื่องฟู

ก็จบไปแล้วกับ 5 อาหารมงคล ที่เหมาะกับการเลี้ยงพระในงานทำบุญบ้าน ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็อยากจะให้ทุกคนที่คิดจะทำบุญบ้านถ้าทำเองไม่ได้ก็แนะนำให้ใช้บริการจากร้านอิงฟ้านาบุญ บอกเลยว่าบริการดีมาก จัดงานสวย

เลือกของหวานเลี้ยงพระให้เหมาะสมกับเวลาฉันภัตตาหาร

เรื่องเวลากับการฉันอาหารของพระภิกษุสงฆ์ เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างมาก ชาวพุทธทราบโดยทั่วกันว่าพระสงฆ์จะไม่สามารถฉันอาหารหลังเวลาเที่ยงได้ การที่จะถวายของหวานเลี้ยงพระจึงทำได้เฉพาะช่วงเช้าและช่วงเพลเท่านั้นค่ะ

 

  • อาหารเลี้ยงพระเช้า ในช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายฟื้นตัวจากการนอนหลับ จึงมีความเย็นสะสมในร่างกายมาก การเลือกของหวานเลี้ยงพระในช่วงนี้ควรเป็นของหวานที่มีอุณหภูมิอุ่น หรือเป็นของหวานที่กระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นคลายจากอาการง่วงซึม อาจจะเลือกใช้ธัญพืชต้ม ร่วมกับเครื่องดื่มอุ่น ๆ หรือจะใช้น้ำสมุนไพรเป็นส่วนประกอบในการทำของหวานเลี้ยงพระก็ได้เช่นกันค่ะ

 

  • อาหารเลี้ยงพระ เพล ในช่วงเพลมักจะเป็นช่วงเวลาใกล้เที่ยง ซึ่งอากาศเริ่มอบอ้าวโดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ที่ต้องครองเครื่องนุ่งห่มหนาทำให้เกิดความร้อนสะสมได้มากความปกติ ดังนั้น ของหวานเลี้ยงพระที่จัดถวายในช่วงเพลควรเป็นของที่มีรสชาติหวานเย็น มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โดยอาจจะเลือกใช้เมนูของหวานที่โรยด้วยน้ำแข็ง หรือธัญพืชและสมุนไพรที่ให้สรรพคุณเย็นช่วยลดการร้อนในค่ะ

เซตถวายพระ (คละได้ 4 เซต)

1.ข้าวหอมมะลิ+คะน้าหมูกรอบ+ปลากระพงทอดน้ำปลา+ครองแครง+น้ำมะนาว

2.ข้าวหอมมะลิ+ปลากระพงทอดกระเทียม+หมูทอดน้ำปลา+น้ำมะนาว

3.ข้าวหอมมะลิ+ผัดผักรวมมิตร(เจ)+ไข่เจียวไช่โป๊ว+ครองแครง+น้ำมะนาว

4. ข้าวหอมมะลิ+ลาบหมู+ต้มแซ่บ+ครองแครง+น้ำมะนาว

5.ข้าวหอมมะลิ+คั่วกลิ้งไก่ปักษ์ใต้+เห็ดออรินจิคั่วเกลือ+ครองแครง+น้ำมะนาว

6.ข้าวหอมมะลิ+กะพงทอดน้ำปลา + เห็ดออรินจิคั่วเกลือ+ครองแครง+น้ำมะนาว

7.ข้าวหอมมะลิ+กะพงผัดขึ้นฉ่าย + กะเพราทะเล+ครองแครง+น้ำมะนาว

8.ข้าวหอมมะลิ+กะพงสามรส(น้ำจิ้ม)+กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา+ครองแครง+น้ำมะนาว

9.ข้าวหอมมะลิ+หมูทอดเปรี้ยวหวาน+กะเพราหมูยอ+ครองแครง+น้ำมะนาว

10.ข้าวหอมมะลิ + หอยลายผัดพริกเผา + หมูทอดน้ำปลา+ครองแครง+น้ำมะนาว

ในส่วนของ snack box สำหรับจัดเลี้ยง ทางร้านเราก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง ขนมหวาน ขนมจีบ-ซาลาเปา น้ำต่างๆ อีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการจัดเตรียมให้แขกที่มางาน เพื่อรองท้องขณะร่วมงาน

ชุดแสน็คบ็อค 

ส่วนประกอบ: ขนมปัง1ชิ้น+น้ำ1อย่าง (บรรจุกล่องกระดาษ)

ขนมจีบหมู 20 ลูก

ส่วนประกอบ: ขนมจีบหมู 20 ลูก + ซอสจิ๊กโฉ่ว (บรรจุกล่องกระดาษ)

ขนมจีบกุ้ง 20 ลูก

ส่วนประกอบ: ขนมจีบกุ้ง 20 ลูก + ซอสจิ๊กโฉ่ว (บรรจุกล่องกระดาษ)

 

 

ของทานเล่น

เกี๊ยวซ่าทอด

ขนมปังช็อกลาวา 2 ชิ้น

ขนมอบกรอบบราวนี้บัตเตอร์

เอแคลร์ชูครีม 6 ลูก

ครัวซองเนยสด

ครัวซองไส้กรอก

สติ๊กช็อค

สติ๊กชีส

สติ๊กลูกเกด

 

 

ของหวาน

ขนมปังนึ่งสังขยา

บัวลอยนมสด

เต้าฮวยนมสด

ขนมสตรอว์เบอร์รีลอยแก้ว

พานาคอตต้า มะม่วง

พานาคอตต้า สตอเบอรี่

ขนมกล้วยบวชชี

ข้าวเหนียวมะม่วง

ขนมแคนตาลูปลอยแก้ว

 

 

เครื่องดื่ม

ชานมไต้หวัน (320 ml)

ชาเขียวมัทฉะข้าวคั่วญี่ปุ่น(ไม่หวาน) (320 ml)

น้ำผึ้งมะนาว (320 ml)

น้ำส้มยูซุ (320 ml)

น้ำเก๊กฮวย (320 ml)

น้ำแอปเปิ้ล (320 ml)

น้ำช็อคโกแลต (320 ml)

อาม่า บ้อกมีเมนูหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกสรร สามารถรับเดอร์ได้มาถึง 1,000 กล่อง ทำตามความต้องการของลูกค้าเน้นความสดใหม่ติดต่อได้ที่ https://armabox.net หรือทัก line @armabox ไม่ว่าจะเป็นงานจัดเลี้ยง ประชุม งานบุญ อาม่าบ้อกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำอาหารอร่อยๆให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

กลับสู่หน้าหลัก – aseancoffee

Tags: